เลิกโดนแกง! 4 ทริคเด็ด Google Maps ที่คนขับรถต้องรู้ (ไม่อยากขึ้นทางด่วนหรือติดแหงก ต้องอ่าน!)
เคยไหมครับ? ขับรถตาม Google Maps อยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีก็โดนพาขึ้นทางด่วนเสียเงินไปแบบงงๆ หรือบางวันรีบแทบตายแต่ดันไปติดแหงกอยู่บนถนนที่เป็นอัมพาต ทั้งที่จริงๆ แล้วเราสามารถเลี่ยงไปเส้นทางอื่นได้ถ้าเช็กให้ดีก่อนออกตัว
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว “ฮาว-ทำ” (HowTum) วันนี้ผมจะมาแชร์ 4 ทริคการตั้งค่า Google Maps ที่จะเปลี่ยนการเดินทางของคุณให้สมาร์ทขึ้น ไม่ต้องคอยหงุดหงิดกับเส้นทางที่ไม่ได้เลือก หรือกังวลว่าเน็ตหลุดแล้วจะหลงทาง เตรียมมือถือของคุณให้พร้อม แล้วมาทำไปพร้อมกันเลยครับ!
------------------
ทริคที่ 1: เปลี่ยนแผนที่ให้เป็นโลกจริงด้วย "Satellite View"
ปกติเราจะเห็นแผนที่เป็นเส้นถนนสีขาวเทาดูสะอาดตา แต่บางครั้งมันก็ดูยากจนเราขับเลยซอย หรือหาทางเข้าอาคารไม่เจอ การเปลี่ยนมาใช้โหมดดาวเทียมจะช่วยให้คุณเห็นภาพจริงเหมือนไปยืนอยู่ตรงนั้นเลยครับ
วิธีการตั้งค่า:
กดที่ไอคอน "สี่เหลี่ยมซ้อนกัน" (Layer) บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ
เลือกโหมด "ดาวเทียม" (Satellite)
ทำไมถึงต้องใช้? การเห็นหลังคาบ้าน ต้นไม้ หรือสภาพแวดล้อมจริงช่วยให้เราหาจุดสังเกตได้แม่นยำขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาต้องเลี้ยวเข้าปากซอยที่ไม่คุ้นเคย หรือมองหาประตูทางเข้าอาคารที่มีหลายฝั่ง คุณจะรู้ทันทีว่า "ต้องเลี้ยวตรงข้างร้านกาแฟสีแดงนี้แหละ!"
"การเห็นสภาพแวดล้อมจริงช่วยให้เราหาทางเข้าอาคารที่ไม่คุ้นเคย หรือสังเกตลักษณะปากซอยได้ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ"
------------------
ทริคที่ 2: รอดตายแม้อับสัญญาณด้วย "Offline Maps"
นี่คือไม้ตายเวลาเดินทางไกลครับ หลายคนกังวลว่าถ้าขับรถขึ้นเขาหรือไปในที่ที่เน็ตบอด Google Maps จะใช้งานไม่ได้ ขอบอกว่าไม่จริงครับ! เราสามารถโหลดแผนที่เก็บไว้ในเครื่องได้ล่วงหน้า
วิธีการตั้งค่า:
กดที่ รูปโปรไฟล์ มุมขวาบน
เลือกเมนู "แผนที่ออฟไลน์" (Offline maps)
เลือกพื้นที่ที่ต้องการ (Select your own map) แล้วกด "ดาวน์โหลด"
ทำไมถึงต้องใช้? ฟีเจอร์นี้จะทำให้คุณอุ่นใจได้ 100% เพราะ "แม้เน็ตจะบอด แต่ชิป GPS ในสมาร์ทโฟนยังสามารถทำงานร่วมกับแผนที่ออฟไลน์เพื่อนำทางคุณต่อได้แบบเนียนๆ" ไม่ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะหายไปนานแค่ไหน คุณก็จะไม่หลงทางแน่นอนครับ
------------------
ทริคที่ 3: คุมงบและเส้นทางได้ดั่งใจด้วย "Route Options"
ปัญหาคลาสสิกของคนใช้ Google Maps คือการโดนพาไปขึ้นทางด่วนทั้งที่ไม่ได้รีบ หรือบางทีก็พาเข้าป่าเข้าพงไปทางลูกรังจนฝุ่นตลบ เราจัดการเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ก่อนสตาร์ทรถครับ
วิธีการตั้งค่า:
พิมพ์จุดหมายปลายทางที่ต้องการ
ในหน้าพรีวิวเส้นทาง (ก่อนกด "เริ่ม" หรือ Start) ให้กดที่ จุดสามจุดมุมขวาบน
เลือก "ตัวเลือกเส้นทาง" (Route options)
ติ๊กเลือก "เลี่ยงค่าผ่านทาง" (Avoid tolls) เพื่อเลี่ยงทางด่วนเสียเงิน
Pro-Tip ที่หลายคนไม่รู้: ถ้าคุณไม่อยากให้ระบบพาเข้าทางลัดที่เป็นถนนดินแดงหรือทางในป่า "ควรปิดเมนู เลี่ยงทางหลวง (Avoid highways) เอาไว้" เพื่อให้ Google Maps เน้นพาเราวิ่งบนถนนเส้นหลักที่มีมาตรฐานและปลอดภัยกว่าครับ
------------------
ทริคที่ 4: รู้ทันทุกการจราจรแบบ Real-time ด้วย "Traffic Layer"
ก่อนจะเหยียบคันเร่งออกจากบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคือการเช็กว่า "ทางข้างหน้าแดงไหม?" Google Maps มีเลเยอร์พิเศษที่บอกสภาพรถติดได้แบบสดๆ วินาทีต่อวินาที
วิธีการตั้งค่า:
กดไอคอน สี่เหลี่ยมซ้อนกัน (Layer) ที่หน้าแรก
ในส่วนของ "รายละเอียดแผนที่" (Map details) ให้กดเลือก "การจราจร" (Traffic)
วิธีอ่านค่าสี:
สีเขียว: ทางโล่ง ขับสบาย
สีเหลือง: ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น แต่ยังเคลื่อนตัวได้
สีแดง: การจราจรวิกฤต หรือรถติดหนัก
ทำไมถึงต้องใช้? การเช็กสีจราจรก่อนเดินทางจะช่วยให้คุณวางแผนหลบหลีกเส้นทางที่รถติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณไม่ต้องไปนั่งเซ็งอยู่บนถนน และถึงที่หมายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมครับ
------------------
บทสรุป
ทริคทั้ง 4 อย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพดาวเทียม, การใช้แผนที่ออฟไลน์, การตั้งค่าเลี่ยงทางด่วน หรือการเช็กสีจราจร เมื่อใช้ร่วมกันแล้วจะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของคุณให้ราบรื่นและคุมทุกอย่างได้ในมือเดียว ไม่ต้องพะวงกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดหรือเส้นทางที่น่าปวดหัวอีกต่อไป
หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตการเดินทางของทุกคนดีขึ้นนะครับ แล้วในบรรดาทริคเหล่านี้ คุณคิดว่าฟีเจอร์ไหนจะช่วยเปลี่ยนการขับรถของคุณได้มากที่สุด? หรือใครมีทริคเด็ดๆ อื่นที่ใช้อยู่เป็นประจำ คอมเมนต์มาแชร์กันได้เลยครับ!

.png)
.png)
.png)
.png)
.png)